ไนท์บริดจ์ สุขุมวิท-เทพารักษ์
KnightsBridge Sukhumvit – Thepharak
วันนี้ขอมาสืบรายละเอียดโครงการใหม่จากออริจิ้นกับKnightsBridge สุขุมวิท-เทพารักษ์ บนทำเลด้านหน้าของ Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์ (โครงการลูกพี่ลูกน้องที่เปิดขายไปก่อนหน้า) งานนี้เรียกว่ามาอยู่ด้วยกันแบบอบอุ่น แต่ไนท์บริดจ์มาในคอนเซปต์ติดรถไฟฟ้า 0 เมตร และเพดานสูง 2.8 เมตร พร้อมส่วนกลางสวยครับ ก่อนไปดูโครงการมาดูความน่าสนใจของทำเลนี้กันก่อนครับ
“สุขุมวิท-เทพารักษ์” ทำเลอนาคตที่น่าลงทุน
พูดถึงทำเลถนนเทพารักษ์คงเป็นที่รู้จักกันดี ของชาวสำโรง-สมุทรปราการ เพราะเป็นถนนเส้นรองสายสำคัญ ที่ตัดเชื่อมจากถนนเส้นหลักสายสุขุมวิทจากแยกสำโรงไปสู่สมุทรปราการ บางพลี บางบ่อเส้นที่มี Real Damand ทั้งคนในท้องถิ่นสมุทรปราการ พนักงานบริษัท พนักงานโรงงานรวมถึงบุคลากรโรงเรียนเอกชนและนานาชาติในแถวนั้นอยู่เยอะ แถมแหล่งจับจ่าย ร้านเด็ด ร้านอร่อย หรือถนนลัดเลาะไปห้างต่างๆในแถบสำโรง ไปจนบางนาก็ไปง่าย ไม่ยากเกินครับ แล้วทำไมทำเลนี้น่าสนใจ ? สำหรับคนต่างถิ่น อาจไม่ทราบว่า ถนนเส้นนี้กำลังจะขยายความเจริญต่อจากการเปิดตัวของรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว สำโรง-สมุทรปราการที่เปิดไปเมื่อปีที่แล้ว สู่รถไฟฟ้าสายใหม่ในอนาคตที่คาดว่าจะเปิดในปี 63 นี้ คือสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง ที่เชื่อมไปยังแอร์พอร์ตลิงค์ที่อนาคตสามารถไปยังสุวรรณภูมิและดอนเมืองได้ในสายเดียว หรือจะไปยังลำสาลี แถวบางกะปิ ไปจนถึงลาดพร้าวจตุจักร ก็มีทางเลือกให้มากกว่ารถไฟฟ้าสายสีเขียวเหมือนเมื่อก่อนครับ
Yield ดี ค่าเช่าน่าโดน เพราะจากค่าเฉลี่ยแถวนี้ Yield 5-7% และค่าเช่าอยู่ 300-400 บาท/ตร.ม. ในขณะที่ราคาคอนโดแถวนี้ อยู่ประมาณ 85,000 – 105,000 บาท/ตร.ม. (ยกเว้นพี่ ไอดีโอ อีสต์พอยท์ ที่แสนสามกว่าๆ) ซึ่งส่วนใหญ่เปิดขายปีที่แล้วและตอนนี้กำลังก่อสร้างกัน ตามรถไฟฟ้าที่เปิดใช้บริการแล้วนั่นเอง และการจากไปสังเกตการณ์ สายนี้ไม่เงียบเหงานะครับ คนใช้เยอะเลย ไม่เหมือนสายสีม่วง
คอนโดพรีเมี่ยม ติดรถไฟฟ้า เพดานสูง ยูนิตส่วนตัว
ไนท์บริดจ์ถือเป็นแบรนด์พรีเมี่ยมรองจากแบรนด์ Park แบรนด์หรูสุดของออริจิ้นนั่นเองครับ จึงไม่แปลกที่โครงการนี้จะออกแบบมาได้ดี แถมมีนวัตกรรมใหม่ที่หยิบยกมาจากแบรนด์ Park เลย ถือว่าน่าสนใจ ในราคาเฉลี่ย 90,000 บาท/ตร.ม. ที่จัดสเปกมาเกินราคา ไหนจะเพดานสูง 2.8 เมตรทุกห้อง และความเป็นส่วนตัวสูงเพราะมียูนิตเพียง 474 ยูนิต มี 1 ตึก ทั้งหมด 35 ชั้น ที่จอดรถ 49% เลยครับ
ตัวโครงการอยู่ติดสถานีรถไฟฟ้าทิพวัล 0 เมตร ซึ่งเป็นสถานีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ถัดจาก สำโรง อินเตอร์เชนจ์เพียง 1 สถานี โดยตัวโมเดลกล่องสีขาวข้างๆนั้น คือทำเลของสถานีรถไฟฟ้าครับ งานนี้เดินลงจากสถานีเข้ามาเข้าจากประตูด้านหน้าโครงการได้เลยแบบไม่ต้องมีคีย์การ์ด เข้าได้ทั้งแขกและลูกบ้านครับ เพราะจะแตะบัตรเข้าโครงการอีกทีก็ที่โถงล็อบบี้เลย ส่วนรถเข้าออกถนนร่วมกับของเคนซิงตันครับ ถ้าเป็นแท็กซี่หรือรถที่วนเข้ามาส่ง ก็วงขวามาจุด Drop Off ได้เลย แต่ถ้ารถลูกบ้าน ก็แล้วซ้ายเข้าไปจอดในตึกครับ
ที่ชั้นล่างจะมีที่จอดรถจักรยาน 7 ช่อง EV Charger 2 ช่อง และที่จอดรถอีก 3 ช่อง ส่วนร้านค้ามี 1 ยูนิต พื้นที่ 29 ตร.ม.
Urban Forest พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ 3 ฤดู
คอนเซ็ปต์ส่วนกลางเขาเน้นธรรมชาติ ป่าไม้ พื้นที่สีเขียวของโครงการ 819 ตร.ม.เลยครับ จุดเด่นอย่างแรกเริ่มที่สวนด้านหลังโครงการ เป็นป่า 3 ฤดู ที่เลือกต้นไม้มา 3 สี บานทั้ง 3 ฤดู (เซลล์เขาว่างั้นนะ) ตามภาพก็สวยดี ร่มรื่น ต้องรอดูของจริงว่าทำได้ตามภาพรึป่าว เราไปดูรายละเอียดส่วนกลางแต่ละชั้นกันเลยครับ
ชั้น Ground – โถงล็อบบี้และวิวสวนร่มรื่น
นอกจากพื้นที่โดยรอบที่กล่าวไปแล้วนั้น ตัวอาคารชั้นล่างสุด เป็นโซนล็อบบี้โดยแบ่งเป็นของแขกผู้มาเยือนและของลูกบ้าน กันแยกจากกั้นครับ
ด้านหน้า คือ Visitor Lounge ที่กระจกเต็มบานไปจนถึงชั้น 2 ให้เสพบรรยากาศร่มรื่นด้านนอกได้เต็มๆ ส่วนใครจะเข้าไปยังลิฟต์และตัวส่วนกลางของลูกบ้าน ก็ต้องสแกนบัตรผ่านจุด Reception ที่โถงล็อบบี้ด้านหน้าครับ
ด้านหลังจะเป็นล็อบบี้ของลูกบ้าน วิวสวยครับเพราะอยู่ติดกับพื้นที่สวนด้านหลังที่ออกไปนั่งพักผ่อนได้ ต้นไม้เยอะ
ชั้น 2 – พื้นที่ส่วนรวม สำหรับทำงาน ทำครัว พบปะ
ขึ้นชั้น 2 จะเป็น Co-Working Space เน้นวิวสวนเช่นกัน งานนี้นั่งทำงานไปชมวิวด้านนอกไปเพลินๆ เพราะค่อนข้างสูงโปร่ง น่าจะสมองแล่นนะครับ
Co-Kitchen ก็มีทั้งโซนทำอาหารเล็กๆ กับมุมโต๊ะที่มานั่งปาร์ตี้กันได้ แต่คงต้องจองคิวกันดีๆนะครับ
ชั้น 11 – จุดชมวิวฟ้าสวย Sky Lounge & Garden Terrace
ที่ชั้น 11 มี Sky Garden Terrace ให้ออกมารับลมชมวิวได้นะครับ บริเวณโดยรอบตึกสูงไม่ค่อยมีนะครับ รับรองว่าแค่ชั้น 11 ก็ท้องฟ้ามองดาวได้ และมีโซนบาร์บีคิวด้วยนะ ส่วน Sky Lounge ก็อยู่ชั้นนี้นะครับ มานั่งจู๋จี๋ พูดคุย หรือนั่งคนเดียวเพลินๆก็ได้
ชั้น 30 – โซนฟิตเนสและสระว่ายน้ำวิวเมือง
มาที่ฟิตเนสกันบ้าน เขาว่าออกแบบมาสไตล์เดียวกับ Virgin Fitness ซึ่งติดกันคือสระว่ายน้ำนะครับ ออกแนวหินขาวกับน้ำสีฟ้า สวยๆเลย เน้นมานอนแช่น้ำกับว่ายชมวิวได้ แต่อาจไม่กว้างมากถึงขนาดว่ายแบบออกกำลังจริงจัง ก็ถือเป็นชั้นสำหรับออกกำลังของลูกบ้าน
ชั้นดาดฟ้า – Rooftop สวนเขียว
ใครยังชมวิวชั้น 11 ไม่เต็มตา ก็เชิญมาดาดฟ้าเลยครับ มีที่นั่งนอนนับดาวให้เลย
แบบห้องลงตัว ฟังก์ชั่นแปลนตอนลึก
ใครเป็น FC ของออริจิ้น คงทราบดีว่าแปลนห้องของแต่ละโครงการเขาไม่ได้ออกแบบมาแตกต่างกันมาก ไม่ได้อวยนะแต่เขาออกแบบมาลงตัวแล้วจริงๆ (ผมคือหนึ่งในเหยื่อของเขาเหมือนกันแหละ) ดังนั้นภาพรวม แปลนห้องคือลงตัวกับการใช้งานในแต่ละประเภท แต่ที่เด่นของไนท์บริดจ์ก็คือเพดานสูง ซึ่งโครงการนี้มาที่ 2.8 แม้จะไม่สูงสุดแบบที่เคยทำมา แต่ 2.8 ก็โปร่งแบบลงตัวแล้วครับ เข้าไปรู้สึกโล่งกว่าคอนโด 2.4-2.5 เมตรเยอะเลย ซึ่งโหมดหลักของโครงการนี้คือห้อง 1 Bedroom 27-27.5 ตร.ม. และห้องตัวอย่างที่มีให้ชม มี 3 ห้องด้วยกันครับ
ห้อง 1 Bedroom 23 ตร.ม.
ห้องตอนลึก ครัวและห้องน้ำด้านหน้า มีมุมโต๊ะทำงานริมหน้าต่าง
มาเริ่มที่ห้องเล็กสุด 23 ตร.ม. ที่ต้องบอกว่า ลงตัวครับการจัดห้องไซส์เล็กแบบตอนลึก เอาจริงๆโดนใจวัยรุ่น เพราะทำให้ห้องดูกว้างจัดวางของต่างๆได้ง่าย แบบไม่ต้องกั้นมุมห้องให้เยอะ จุดเด่นห้องนี้อยู่ที่มุมโต๊ะทำงาน ริมหน้าต่าง ที่เขาให้โต๊ะยาวๆแบบนี้เลย ผมว่าโดนใจคนรุ่นใหม่แน่นอน
ตำแหน่งห้องนี้ในชั้น 12-29 ซึ่งเป็น Floor Plan หลัก จะมีอยู่ 3 ห้องต่อชั้นเท่านั้นนะครับ อยากได้ต้องแย่งชิง เราเข้าไปดูห้องตัวอย่างกันเลย
เข้ามาจะเจอโซนครัวและห้องน้ำครับ ครัวให้ตามนี้เลย สีไม้แบบนี้ มีทั้งตู้บนและล่าง Topหินสังเคราะห์ พร้อมเตา 2 หัวและที่ดูดควันของHafele ระบบหมุนเวียนอากาศ
ในห้องน้ำสุขภัณฑ์เป็นของCottoทั้งหมด ให้ตามในห้องเลยครับ พร้อมกระจกเทมเปอร์ และมี Smart Mirror ให้ทุกห้องนะครับ
ถัดจากโซนแรกจะมีบานกระจกกั้น เพื่อเข้ามาโซนห้องนอน ซึ่งมีที่วางโซฟา ข้างเตียงได้ด้วย
ห้องนอนตอนลึกทำให้ดูกว้าง ตามที่ผมบอกตอนแรกครับ แม้จะ 23 ตร.ม.แต่ชั้นวางทีวีทางโครงการเขาให้บิ้วท์อินยาวไปจนถึงตู้เสื้อผ้าเลยครับ แถมมีโต๊ะเครื่องแป้งด้วย งานนี้ใช้งานได้จริงครับ ภาพรวมห้องก็จะครบครันแบบนี้ครับ
ห้องนี้ให้แอร์ 1 เครื่องนะครับ
ที่ชอบสุดก็โต๊ะทำงานริมหน้าต่าง ที่ให้มาแบบในห้องตัวอย่างเลย เพราะจะนั่งทำงาน ทานข้าว หรือสาวๆจะทำเป็นโต๊ะเครื่องแป้งโต๊ะใหญ่ยังได้เลย
ห้อง 1 Bedroom 27.5 ตร.ม.
ห้องเป็นสัดส่วนครัวปิด กันห้องนอนกับนั่งเล่น
ห้องนี้เป็นโหมดหลักของที่นี่ มีจำนวนเยอะสุดครับเพราะเป็นแปลนที่ลูกค้าช่วงนี้สนใจกันเยอะ ด้วยขนาด 27-27.5 ตร.ม. ที่ไม่เล็กเกินไป และด้วยการจัดแบ่งสัดส่วนห้อง ตอบโจทย์คนทำครัวได้ดีครับ ผมชอบครัวแบบนี้นะ ครัวปิด และแบ่งพื้นที่ไปไม่เยอะเกิน ใช้งานได้จริง แถมมีพื้นที่ไปให้ส่วนอื่นดีกว่าห้องครัวใหญ่ๆ
จาก 22 ยูนิต ในแต่ละชั้นเป็นห้อง Type นี้ถึง 15 ห้องครับ เกือบ 70% เลย แต่ห้องมุมตึกจะเป็นขนาด 28 ตร.ม. ใหญ่ขึ้นมานิดหน่อย
มาดูในห้องกันบ้าง เข้ามาก็จะกว้างขวาง มีมุมการใช้งานเยอะและด้วยความสูง 2.8 เมตร ทำให้ห้องไม่ดูแออัดจนเกินไป
ตู้วางรองเท้าและชั้นวางทีวีแบบ L Shape ให้ตามภาพเลยครับ ยกเว้นชั้นวาง 2 ชั้นใต้แอร์นะครับ อันนั้นต้องบิ้วท์เอง
อีกฝั่งสำหรับโซฟาและโต๊ะทานข้าวสามารถเลือกซื้อมาจัดวางเองได้เลยครับ
กั้นห้องนอนด้วยประตูบานเลื่อน 3 ตอนครับ ตามภาพจะเห็นว่า ถ้าเปิดแล้วจะมีพื้นที่กว้างมาก นี่คือข้อดีของกระจกแบบ 3 ตอน ที่ใครไม่ใช่ ถือว่าเชยนะ อ้อ ในห้องนอนก็มีตู้เสื้อผ้าด้วย ตามระเบียบ
แบ่งกันชัดๆระหว่างห้องนอน กันห้องครัวปิดริมระเบียง ตู้เสื้อผ้าอยู่ด้านนอกครับ มีที่วางพอดี
ครัวก็ตามภาพครับ มีเตาและเครื่องดูดควันเหมือนกันทุกห้อง
พื้นที่ตรงกลางระหว่างห้องครัวและห้องน้ำจะเป็นโต๊ะเครื่องแป้งและชั้นเก็บของสูงไปถึงฝ้าเพดานครับ เรียกว่าใช้ทุกพื้นที่ได้คุ้ม ส่วนห้องน้ำก็เหมือนห้องแรกและมี Smart Mirror เช่นกัน
ห้อง 1 Bedroom Plus 30.5 ตร.ม.
พื้นที่ลงตัว พร้อมห้องอเนกประสงค์ 1 ห้อง
มาถึงห้องสุดท้าย กับแปลนขวัญใจหลายคนที่อยากได้ 2 ห้องนอน แต่งบจำกัด หรืออยากได้ 1 ห้องนอนแต่ขอเพิ่มห้องเล็กเพื่อต่อเติมการใช้งานตามสไตล์ ไม่ว่าจะห้องนอนเล็ก ห้องทำงาน หรือห้องแต่งตัวก็ได้หมด ดังนั้นห้องนี้ตอบโจทย์ครับกับ 1 Bed Plusมีแค่ 2 ห้องต่อชั้นเท่านั้นนะครับ
มาดูห้องกันต่อ เข้ามาก็คล้ายๆห้อง 1 Bedroom นะครับ แต่เปลี่ยนจากห้องครัว เป็นห้องอเนกประสงค์ที่จะจัดวางอะไรก็ได้ ตามห้องตัวอย่างวาง Sofa Bed ไว้นอนเล่นได้ครับ
พาไปดูห้องอเนกประสงค์กันก่อนเลยแล้วกันครับ เอาจริงๆถ้าแต่งดีๆ สามารถทำเป็นห้องทำงานพร้อมตู้วางหนังสือ หรือสาวๆจะบิ้วท์เป็นห้องแต่งตัวกับตู้เสื้อผ้าก็ได้หายห่วง
สัดส่วนห้องนอนและห้องอเนกประสงค์ก็ตามภาพครับ
ห้องนี้ยกครัวมาไว้ตรงกลางคั่นระหว่างห้องน้ำและห้องอเนกประสงค์ครับ เหมาะกับคนไม่ทำครัวมาก แค่เวฟอาหาร หรือซื้อมาทาน แต่ถ้าจะทำก็ได้นะครับ มีเครื่องดูดควันกับเตาให้พร้อมแล้ว
โต๊ะอาคารบิ้วท์อินให้แบบพับได้นะครับ วางข้างตู้เย็นและโซฟาไว้หน้าทีวีครับ ใครสนใจดูของจริงไปดูที่สำนักงานขายได้เลยนะครับ
Smart Miror ที่แรกของ KnightsBridge พร้อม Home Automation
ตอนที่ผมเข้าไปที่ห้องน้ำของห้องตัวอย่าง ผมก็แอบเซอร์ไพรส์นิดหนึ่งครับว่าโครงการนี้มี Smart Miror ด้วยหรอ? เพราะผมยังไม่เคยเห็นในแบรนด์ของ Knightsbridge แต่ที่โครงการนี้ให้เป็นที่แรกของแบรนด์นี้ ซึ่ง Smart Mirror เป็นกระจกอัจฉริยะ ระบบ Android Touchscreen ที่ติดภายในห้อง และเชื่อมต่อ Intenet เช็ค E-Mail, Facebook,Youtube Netflixและ Line ได้อีกด้วยครับ ซึ่งผมชอบนะ เพราะสะดวกสบายกับผมดีครับ
Excellent Service By PRIMO
และนอกจาก Smart Mirror ที่ให้โครงการมาแล้ว ทางโครงการยังมี Smart Service ที่เป็นการบริการทำความสะอาดห้องพักฟรี เดือนละ 2 ครั้ง นานถึง 1 ปี ซึ่งส่วนตัวผมมองว่าเป็นบริการที่น่าสนใจและตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าในยุคนี้จริงๆ ครับ เพราะบางคนไม่ค่อยมีเวลาในการทำความสะอาดห้อง หากมีบริการแบบนี้ให้ลูกค้า จะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในยุคนี้ได้อย่างแน่นอนครับ
โครงการนี้เหมาะกับใคร?
ส่วนตัวผมองว่า เหมาะกับพนักงานที่ทำงานหรือคนที่อาศัยอยู่บริเวณสุขมวิท บางนา รวมถึงชาวต่างชาติ Expat ที่ต้องหาห้องเช่าแถวโซนสุขุมวิทไว้พักอาศัย จะเห็นได้จากการที่มีการขยายตัวของชาวต่างชาติมากขึ้นในบริเวณนี้ รวมถึงราคาที่จับต้องได้ บนทำเลที่น่าลงทนและครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการ ผมเลยมองว่าคนที่มาซื้ออยูเองก็ตอบโจทย์ คนที่จะลงทุนก็ลงทุนได้คุ้มค่า ดังนั้น โครงการบนทำเลนี้ สามารถซื้ออยู่เองหรือจะลงทุนก็ได้ครับ
ความเห็นในมุมนักสืบอสังหา
1.ทำเล : ส่วนตัวทำเลตรงนี้ ผมมองว่าทำเลตรงนี้น่าลงทุน เพราะรถไฟฟ้าสายอนาคตด้วยส่วนนึง เพราะโครงการนี้ติด MRT ชนิดที่ว่า 0 เมตร สถานีทิพวัล นอกเหนือกว่านั้น คือ การที่ที่ดินตรงโซนนี้มีอัตราการเติบโตและ Capital Gain สูงขึ้นเรื่อยๆ รวมไปถึง Yiled การปล่อยเช่าของโซนนี้สูงถึง 5-7% เพราะมีความต้องการของ Demand เนื่องจากมีการขยายตัวของชาวต่างชาติที่ต้องการเช่าห้อง รวมถึงพนักงานโรงงานแถวโซนสุขุมวิท ซึ่งถือว่าไม่น้อยเลยนะครับ ผมถึงมองว่าทำเลตรงนี้น่าลงทุนเป็นอย่างมากครับ
2.ราคา : เริ่ม 2.09 ล้าน* แบบ Fully Fitted แต่เป็น Fitted แบบที่ให้ Furniture Built-in ครบชุดด้วยนะครับ ได้ห้องสูง 2.8 เมตร และราคาเฉลี่ย 90,000 บาท/ตร.ม. ซึ่งราคาถูกกว่าในตลาดของโซนนี้ รวมไปถึงราคาของ Kensington ที่เป็นโครงการพี่โครงการน้อง ปัจจุบันยังราคาประมาณ 90,000 บาท/ตร.ม. เช่นกันครับ ผมเลมองว่าราคานี้ถือว่าคุ้มค่าแก่การซื้อไว้ครับ
3.ส่วนกลาง : ผมชอบส่วนกลางของที่นี ที่ให้สวนและพื้นที่สีเขียวเยอะ 1 ไร่ และมีส่วนกลางถึง 15 รายการ รวมไปถึงสเปกหรือฟังก์ชันใช้งานของส่วนกลางก็ตอบโจทย์และครบครัน และการที่โครงการกสเปกบางอย่างของแบรนด์ Park Origin เข้ามาใส่ก็ถือว่าให้ความคุ้มค่าค่อนข้างมากกับลูกค้าครับ4.รูปแบบห้องและสเปก : อย่างที่ผมได้พูดไปครับว่าเป็นรปแบบห้องที่ผมค่อนข้างชื่นชอบของ Origin แบบห้องดูลงตัว ฟังก์ชั่นเน้นแปลนตอนลึก แต่ห้องให้ความสูง 2.8 เมตร ซึ่งถือว่าสูงกว่าคอนโดทั่วไป ทำให้ควมรู้สึกไม่แอร์อัดเกินไป และส่วนตัวผมชอบห้องที่มี Floor To Ceiling สูงครับ สเปกของที่ให้ภายในห้องก็ให้มาดี รูปแบบ Mood&Tone ของชุดเฟอร์นิเจอร์ก็ดูลงตัว รวมไปถึงการมีระบบ Home Automation แอปพลิเคชั่นที่ช่วยเปิด-ปิดไฟ และเครื่องปรับอากาศ ซึ่งสร้างความสะดวกสบายให้อีกด้วยครับ
5.การลงทุน : โครงการนี้ผมมองว่าเหมาะทั้งซื้ออยู่เองหรือจะลงทุนปล่อยเช่าหรือขายต่อได้หมดครับ เพราะด้วยศักยภาพของทำเลที่เป็นทำเลที่น่าลงทุน ราคาที่ดินเพิ่มสูงขึ้น รถไฟฟ้าวิ่งผ่าน รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการ รวมไปถึง Yiled การลงทุนทีมี% ที่สูง ทำให้ผมมองว่าตอบโจทย์ทุกกลุ่มเลยครับ
และวันที่ 17 มี.ค.นี้ โครงการจะเปิดให้จองรอบ Pre-Sales
ใครสนใจลงทะเบียน เพื่อรับส่วนลดสูงสุด 200,000 บ.* ได้ที่ >>